หลักสูตรภาษาอังกฤษของสถาบันฯ ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ    
Home Course About Us   Strengths Testimonials Facebook Contact Us
 

 

Test of English for International Communication

TOEIC ได้พัฒนาการสอบที่เรียกว่า TOEIC Bridge สำหรับผู้ที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษในระดับเบื้องต้นถึงระดับปานกลาง ผลสอบจะชี้ให้เห็นองค์ประกอบของภาษาที่ผู้สอบควรพัฒนา โดยจะเน้นไปที่ทักษะการอ่านและการฟัง การสอบเป็นระยะๆ จะทำให้ผู้สอบทราบถึงการพัฒนาการด้านภาษาอย่างต่อเนื่อง

TOEIC Bridge เหมาะสำหรับกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย นักศึกษามหาวิทยาลัยปีต้นๆ คนที่เรียนภาษาอังกฤษระดับ beginner หรือ intermediate ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ คนทำงานที่ต้องใช้ภาษา อังกฤษในการทำงาน และต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดียิ่งขึ้น
ผลการสอบจะชี้ให้เห็นถึงทักษะภาษาอังกฤษเฉพาะด้าน กล่าวคือ การฟัง(listening strategies) หลักการใช้ภาษา( functions and grammar) การใช้ศัพท์(vocabulary) รวมทั้งการอ่านอีกด้วย(reading strategies)

ลักษณะการสอบ
เวลาสอบ 1 ชั่วโมง มีคำถาม 100 ข้อ สำหรับโครงสร้างข้อสอบมีดังนี้

Listening: 4 types/3 sections

  • Photographs(15)
  • Prompt/Response(20)
  • Short conversations and Short Talks(15)

Reading: 2 types

  • Incomplete Sentences(30) Reading comprehension(sets)(20)

The English Writing Skills Assessment (EWSA)
EWSA คือการสอบทักษะการเขียน สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาการเขียน ไม่ว่าจะเป็นการเขียน Report หรือ proposal มีสองแบบด้วยกันคือ
EWSATM General Writing Skills Form วัดทักษะการเขียนทั่ว ๆ ไป โดยทดสอบองค์ประกอบทักษะรวม 4 ส่วน คือการใช้ภาษาในสถานะการณ์ ต่าง ๆ ลักษณะการใช้ภาษาถูกต้องกับประโยค ทักษะการเรียบเรียบเนื้อหา และการใช้ภาษาถูกต้องกับกาลเทศะ (Functional, Linguistic, Composition and Sociolinguistic)
EWSATM Report Writing Skills Form วัดทักษะการเขียนและเรียบเรียงรายงาน เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะ ภาษาอังกฤษค่อนข้างสูง แบบทดสอบ EWSATM ทั้งสองชุดใช้เวลา ในการสอบ 60 นาที ผู้ที่สนใจสอบสามารถติดต่อมายังศูนย์ฯ เพื่อจองวันและเวลาสอบทางศูนย์ฯ มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว คือผู้สอบจะต้องมีคะแนน TOEIC 650 คะแนนขึ้นไปจึงสอบได้

การสมัครสอบ TOEIC
ผู้ที่ต้องการทราบทักษะด้านภาษาอังกฤษสามารถติดต่อขอสอบ TOEIC ได้ทุกวันจันทร์ - เสาร์ตลอดทั้งปี ซึ่งทางศูนย์สามารถจัดสอบแต่ละครั้ง ได้ตั้งแต่ 1 คนจนถึง 10,000 คน ตามความต้องการของผู้สอบหรือองค์กร เว้นเฉพาะวันอาทิตย์กับวันนักขัตฤกษ์เท่านั้น โดยเปิดสอบที่ทำการของศูนย์ฯที่กรุงเทพฯ กับเชียงใหม่วันละสองรอบ เวลา 9:00 น. และ 13:00 น. เป็นประจำ ผู้ที่ต้องการสอบสามารถ โทรศัพท์สำรองที่นั่งสอบได้ที่ 0-2260-7061 ระหว่างวันจันทร์ - เสาร์ ระหว่างเวลา 08:00 - 16:30 สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการให้ศูนย์ฯ ไปจัดสอบให้นอกสถานที่ก็สามารถกำหนดวัน และเวลาสอบได้ตามความสะดวก ไม่เว้นวันอาทิตย์หรือวันนักขัตฤกษ์

ในวันลงทะเบียนสอบให้ผู้สอบนำหลักฐานดังต่อไปนี้มาแสดง
รูปถ่าย 1 รูป ขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว และถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 
บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (ในกรณีใช้ใบเหลืองจำเป็นต้องติดรูปถ่าย) หรือ Passport 

ค่าสอบ
หมายเหตุ ในกรณีที่ผู้สอบยื่นหลักฐานไม่สมบูรณ์ถือว่าสละสิทธิ์สอบ

  • ค่าใช้จ่ายในการสอบ
  • ค่าสอบสำหรับบุคคลทั่วไป 1200 บาท
  • ค่าสอบสำหรับองค์กรจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สอบใน 1 ปีจากองค์กรนั้นๆ 
    สำหรับผู้ที่ขาดสอบ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 100 บาทในการสอบครั้งต่อไป
  • ค่าใบประกาศนียบัตร 300 บาท(ในกรณีที่ผู้สอบต้องการใบประกาศนียบัตร)
    หมายเหตุ ราคาดังกล่าวใช้ถึงเดือนกันยายนปี 2546

ผลการสอบ TOEIC
ทุกครั้งที่สอบจะได้รับผลสอบที่เรียกว่า TOEIC Score Report ซึ่งจะระบุชื่อผู้สอบ วันที่สอบ รหัสประจำตัว หน่วยงาน วันเดือนปีเกิด คะแนน Listening คะแนน Reading และคะแนนรวม หรือ Total Score

คะแนน TOEIC เริ่มจาก 10 คะแนนถึง 990 คะแนน โดยแบ่งคะแนนการฟังเป็น 5-495 คะแนนและการอ่าน 5-495 คะแนน

ส่วนด้านหลังของ TOEIC Score Report จะมีคำอธิบายคะแนนที่สอบได้ ซึ่งจะชี้ให้ผู้สอบเข้าใจว่า เมื่อฟังหรืออ่านภาษาอังกฤษแล้ว จะเข้าใจอะไรได้บ้าง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาภาษา ได้เป็นอย่างดี

ผลการสอบสามารถรับได้หลังจากสอบแล้ว 1 วันทำการ สำหรับเชียงใหม่ และจังหวัดอื่นสามารถรับได้ 3 วันทำการ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.30 น. ซึ่งผู้สอบจะต้องนำหลักฐานดังต่อไปนี้มารับผลสอบ ในลงทะเบียนสอบ

บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (ในกรณีใช้ใบเหลืองจำเป็นต้องติดรูปถ่าย) หรือ Passport
หากผู้สอบมีความประสงค์จะรับผลทาง EMS จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อม เสียค่าดำเนินการ 100 บาท สำหรับองค์กร ทางศูนย์จะจัดส่งให้กับ ผู้ประสานงานของแต่ละองค์กร

ผลคะแนน TOEIC สามารถนำไปใช้ได้ทั่วโลก และยังสามารถนำไป ใช้ได้ทั่วทั้งหน่วยงานการศึกษา หน่วยงานบิน โรงแรม บริษัทข้ามชาติ การเงิน การธนาคาร

For further information, please contact:
Center for Professional Assessment (Thailand)
(Head Office)
BB Building, Suite 1905-8, 54 Asoke Rd., Sukhumvit, Bangkok 10110
Tel. 0-2260-7061, 260-7189, 259-8840 
Fax. 0-2664-3122
Email : toeic@email.ksc.net

Center for Professional Assessment (Thailand)
(Northern Region)
Nawarat Building, 3rd Fl.
4/6 Kaew Nawarat Rd., Chiangmai 50000
Tel. (053) 248-208, 306-600
Website: http://www.toeic.co.th

ข้อมูลจาก 
Center for Professional Assessment (Thailand)

 

 
 

Test of English as a Foreign Language

ข้อสอบ TOEFL ได้ถือกำเนิดมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว จึงได้รับรับความนิยมจากมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้เป็นตัววัดความสามารถและทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้อสอบ TOEFL จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ โดยจะมี major change ประมาณทุก 5 ปี

TOEFL iBT (2006-ปัจจุบัน)
ข้อสอบดังกล่าวเป็นข้อสอบที่มีการบันทึกผลของการทำสอบผ่านทาง Internet และนี้ก็คือเจ้า “i” ตัวเล็กนั้นเองก็ย่อมาจากคำว่า Internet ข้อสอบชุดดังกล่าวเปลี่ยนแปลงจากข้อสอบชุดเดิมค่อนข้างมากโดยมีการเพิ่มทักษะการพูด และข้อสอบในลักษณะที่เป็น integrated tasks หรือข้อสอบที่ผู้ทำสอบต้องใช้ทักษะหลายอย่างผสมกันเช่น ฟัง+อ่าน+เขียน หรือ ฟัง+พูด

TOEFL CBT (2000-2006)
เป็นข้อสอบที่มีอายุการใช้งานที่สั้นที่สุดของ ETS (ETS=ผู้ออกข้อสอบ) มีการทดสอบในเรื่องของ การฟัง, อ่าน, grammar และ เขียน โดยมีการนำ technology “adaptive” จากข้อสอบ GMAT มาใช้รวมด้วย ข้อสอบ adaptive นั้นจะปรับตัวไปตามผู้ที่เข้าสอบหากผู้ทำสอบทำได้ถูกต้อง ข้อสอบที่ได้ก็จะยากขึ้นตามลำดับ หากแต่โอกาสที่จะได้คะแนนสูงก็มีมากตามไปด้วยเพราะทุกข้อไม่ได้มีคะแนนเท่ากัน หากตอบถูกในข้อยากจะได้คะแนนสูงกว่าข้อง่าย และนอกจากนี้เป็นยุคที่ผู้สอบทุกคนต้องสอบการเขียนหมด โดยไม่สามารถเลี่ยงที่จะไม่สอบได้ ผู้ทำสอบสามารถพิมพ์คำตอบลงในคอมพิวเตอร์หรือเลือกที่จะเขียนในกระดาษได้ ซึ่งจะแตกต่างจาก TOEFL iBT ที่ผู้สอบทุกคนต้องพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์เท่านั้น

 

TOEFL PBT (1985-2000, 2008-ปัจจุบัน)
ข้อสอบแบบ Paper เป็นข้อสอบชุดมาตรฐานที่สร้างชื่อให้กับ TOEFL และ ETS เป็นอย่างมาก และข้อสอบดังกล่าวยังเป็นต้นแบบให้กับข้อสอบการวัดทักษะภาษาอังกฤษไม่ว่าจะเป็น IELTSTOEIC, CU-Tep หรือ TU-Get ข้อสอบ TOEFL PBT จะประกอบด้วย 3 ส่วนคือ การฟัง, grammar, และ การอ่าน หากผู้สอบต้องการสอบการเขียนจะมีข้อสอบแยกที่เรียกว่า TWE หรือ ต้องการสอบการพูดจะต้องสอบ TSE เพิ่มเติม จะความสำเร็จของข้อสอบชุดดังกล่าวทำให้เราคุ้นเคยกันคะแนน 550 ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเกณฑ์(โหด)มาตรฐานที่เรายังพูดถึงอยู่เลยในวันนี้ถึงแม้คะแนนเต็ม TOEFL iBT จะเหลือเพียง 120 คะแนนแล้วก็ตาม คนก็มักจะเทียบคะแนนกลับมาเป็นคะแนนแบบ TOEFL PBT เพื่อจะได้สามารถสื่อสารให้เข้าใจง่ายขึ้น จะชินกับคะแนนเดิมมากกว่า พูดถึงคะแนน TOEFL iBT ยังไม่ค่อยชินกัน

TOEFL ITP (2005-ปัจจุบัน)
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของการสอบจาก TOEFL CBT เป็น TOEFL iBT เมื่อปลายปี 2005 ทาง ETS ก็ได้พยายามเสนอบริการใหม่โดยเน้นกับสถาบันการศึกษา, องค์กรขนาดใหญ่ รวมทั้งโรงเรียนสอนภาษาให้ใช้ข้อสอบ TOEFL ITP ซึ่งจะมีรูปแบบของข้อสอบเหมือน TOEFL Paper 100% โดยอาจจะมีข้อสอบบางข้อซ้ำกับ TOEFL PBT ด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นแผนการตลาดที่จะ recycle ข้อสอบที่ไม่ได้ใช้แล้วจาก iBT มาขายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง หากแต่ข้อสอบITP ไม่ค่อยเป็นที่นิยมซักเท่าไร ถึงแม้ค่าจัดสอบจะไม่สูงเมื่อเทียบกับ TOEFL iBT เนื่องจากคะแนนจาก TOEFL ITP ไม่สามารถนำไปใช้เป็นมาตรฐานในการสมัครเรียนทั่วไปหรือสมัครงานได้  จุดดีก็คือสถาบันหรือองค์กรขนาดใหญ่หากซื้อชุดข้อสอบมาใช้ก็สามารถ เช็คความรู้ความสามารถด้านทักษะการใช้ภาษาอังกฤษได้ ซึ่งทางETS มีขายให้กับองค์กรขนาดใหญ่หรือสถาบันการศึกษาเท่านั้น

 

วิธีกาสมัครรสอบ TOEFL

 

ค่าสมัครสอบ TOEFL iBT 
ค่าสอบคือ $140 หากสมัครตามปกติ หากสมัครก่อนสอบเพียง 3 วันต้องเสียค่าสมัครช้าอีก $25

 การจ่ายเงินค่าสมัครสอบ
ใช้บัตร Credit Card พวก Visa, Master, หรือ AMEX 

สถานที่สอบมีที่ไหนบ้าง 
  ปัจจุบันสามารถสอบได้หลายศูนย์ โดยสามารถเช็คข้อมูลและตารางเวลาสอบได้ที่ www.TOEFL.orgโดยตรง 

วิธีสมัครสอบ TOEFL iBT 
1. เปิด web www.TOEFL.org
2. คลิกที่ “Register for the Test” 
3. เลือก Country “Thailand” และ City “Bangkok - (iBT)”
4. คลิก “Register Online” ในหน้ากากถัดไป
5. ระวัง! ให้ scroll ขึ้นมาเพื่อคลิกที่ “register online”
6. พบหน้ากาก Log In ให้คลิกที่ “Sign Up” ในส่วนของ New User? เพื่อลงทะเบียน
7. พบหน้า Create A Profile: Part 1 of 3 กรอกรายละเอียดให้ครบ
8. พบหน้า Create A Profile: Part 2 of 3 กรอกรายละเอียดให้ครบ
9. พบหน้า Create A Profile: Part 3 of 3 ให้เลือก  User Name และ Password
ระวัง! เลือก Password จะต้องมีส่วนผสมของอักษรตัวใหญ่, อักษรตัวเล็ก, ตัวเลข, และอักษรพิเศษ อย่างน้อยสามจากสี่ประเภทนี้ ควรทำตามทุกเงื่อนไข
10. กลับมาที่หน้า Log In ใส่ User Name และ Password แล้วกด “Go” แนะนำให้จด User Name และ Password เพราะบริการ Password Assistance ระบบไม่ค่อยดี
11. พบหน้า My Home Page คลิกที่ “Register for a Test/Order Score Reports” (ตรงกลางหน้า)
12. เลือก “TOEFL Test” และคลิก “Continue”
13. พบหน้า Before You Begin คลิก “I agree”
14. พบหน้า Register for a Test เลือก Country/Location เป็น “Thailand” และ Region เป็น “Bangkok”
15. กำหนดช่วงวันสอบที่เราคิดว่าจะสะดวก แล้วคลิกที่ “Search”

การกำหนด Start Test Date ห่างจาก End Test Date ไม่เกิน 60 วัน

16. เลือกสนามสอบและวันที่เราสะดวก
17. ยืนยันสนามสอบโดยการคลิก “Continue”
18. พบหน้า Select Score Recipients: Part 1 of 2 ให้กรอกรายละเอียดของสถาบันที่เราอยากให้ส่งคะแนนให้ (ไม่เกิน 4 แห่งไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
19. พบหน้า  Select Score Recipients: Part 2 of 2 ยืนยันสถาบันโดยการคลิก “Continue” หรือเพิ่มสถาบันการศึกษาโดยการคลิก “Add Another Score Recipient”
20. พบหน้า Score Reporting Preferences เลือก Web-accessible Score Report and a printed copy mailed to you คลิก “Continue”
21. พบหน้า Demographic Questions คลิก “Continue”
22. พบหน้า Order Summary คลิก “Checkout”
23. พบหน้า  Select Payment Method กรอกรายละเอียด คลิก “Continue”
หากทำตามขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาโดยประมาณ 40 นาที่

วิเคราะห์การสอบ 
TOEFL ( iBT )

จุดมุ่งหมายของ TOEFL
TOEFL เป็นข้อสอบที่ใช้ประเมินความสามารถการใช้ภาษาอังกฤษของผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็น ภาษาที่สอง ในช่วงปี 2006 ประเมินว่าจะมีผู้ที่สมัครสอบข้อสอบ TOEFL กว่า 700,000 คน จึงสามารถกล่าวได้ว่า TOEFL เป็นการสอบทางภาษาที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด และข้อสอบ TOEFL ได้ใช้เป็นต้นแบบสำหรับข้อสอบอื่นรวมทั้งข้อสอบ CU-TEP, TU-GET, IELTS รวมทั้งข้อสอบภาษาอังกฤษของ ก.พ.

โครงสร้างของข้อสอบ
ข้อ สอบ TOEFL iBT วัดความสามารถการใช้ภาษาใน 4 ทักษะคือ Reading, Listening, Writing, และ Speaking (ข้อสอบรูปแบบ iBT ยากกว่าข้อสอบเดิมมาก) หากต้องการทดลองสอบสามารถติดต่อได้ที่สถาบัน www.ifast.in.th ฟรี! โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ข้อสอบ TOEFL iBT เปลี่ยนจากข้อสอบ TOEFL CBT และ TOEFL PBT เป็นอย่างมาก มีการเพิ่มข้อสอบวัดทักษะในการพูด แบบเสนอผลงาน (presentation) และการทดสอบทักษะการใช้ภาษาหลายอย่างพร้อมกัน (integrated task) โดยมีรูปแบบของข้อสอบดังนี้

Reading เป็นการวัดความสามารถในการอ่าน
- 3 เรื่อง (39 ข้อ)
- 60 นาที
- คะแนน 0-30
- ข้อสอบ TOEFL ในส่วนการอ่านมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมน้อยมาก ได้นำโจทย์ประเภทสรุปใจความมาใช้เป็นครั้งแรก และให้คะแนนในบางข้อสูงถึง 3-5 คะแนน

Listening เป็นการวัดความสามารถในการฟัง
- ประกอบด้วยข้อสอบ 2 ประเภท (1) Academic Lecture 4 เรื่อง (24 ข้อ) และ (2)  Campus Conversation 2 เรื่อง (10 ข้อ)
- 60 นาที
- คะแนน 0-30
- มีการเปลี่ยนแปลงข้อสอบจากเดิมบ้าง เช่น บทสนทนาแบบสั้นถูกตัดออกทั้งหมด, มีการนำสำเนียงอื่นที่ไม่ใช้สำเนียง American มาทดสอบ, และการนำโจทย์ประเภทการสื่อความหมายมาทดสอบเป็นครั้งแรก
สรุป  สรุปในส่วนของ Listening จะเป็นบทสนทนาที่ยาวมากและมีหลากหลายสำเนียง ผู้สอบต้องมีสมาธิในการฟังจับใจความของบทสนทนาให้ได้ว่า ต้องการที่จะสื่อสารอะไรให้ทราบเพื่อนำไปตอบคำถามให้ได้ สถาบันฯขอแนะนำให้ฝึกทำข้อสอบในส่วน Listening อย่างเดียวใน Lab ที่จัดเตรียมไว้ หากสามารถทำ Level ได้ 11-12 ใน part นี้เป็นอันว่าหายห่วงค่ะ สอบได้เกือบเต็มแน่นอน รับรองผล 

Writing เป็นการวัดความสามารถในการเขียน
- ประกอบด้วยข้อสอบ 2 ประเภท (1) Integrated Reading + Listening 1 ข้อ และ (2)  Independent 1 ข้อ
- 55 นาที
- คะแนน 0-30 โดยมีคะแนนดิบ (raw score) สำหรับแต่ละงานเขียนระหว่าง 1-5 คะแนน
- เพิ่มข้อสอบประเภท Integrate task ซึ่งยากสำหรับคนไทยที่ไม่ถนัดการเขียนในเชิงวิเคราะห์และต้องใช้ ทักษะในการอ่านและฟังเข้ารวมด้วย 
โดยส่วนใหญ่ คนไทยจำนวนมากล้วนมีปัญหาด้านการเขียน ยิ่งต้องให้มาวิเคราะห์ ซึ่งต้องใช้ทักษะทั้งการอ่านและฟังเข้ามาเป็นส่วนร่วม ยิ่งทำให้ยากสำหรับคนไทย ข้อแนะนำ จำเป็นอย่างยิ่ง ควรลงทะเบียนเรียนหลักสูตร         “ Writing with Confidence & Style “ ของ ดร.วาทิน เพิ่มเติมเพราะหลักสูตรปรับให้ตรงกับสิ่งที่คนไทยทุกคนขาด และจำเป็นต้องเรียนหลักสูตรนี้

Speaking เป็นการวัดความสามารถในการพูด
- ประกอบด้วยข้อสอบ 3 ประเภท (1) Independent 2 ข้อ (2)  Integrated Reading + Listening 2 ข้อ และ (3) Integrated Listening 2 ข้อ
- 20 นาที
- คะแนน 0-30 โดยมีคะแนนดิบ (raw score) สำหรับแต่ละการพูดระหว่าง 1-4 คะแนน
ข้อสอบ Speaking เป็นข้อสอบที่เป็นระบบใหม่ หลายข้อมีความคล้ายคลึงกับ  ข้อสอบ TSE (Test of Spoken English)
ทักษะด้านการพูด ทำไมจึงต้องมีในส่วนนี้ เสริมเพิ่มเข้ามาแทน ส่วนของ Structure แล้ว Structure ล่ะหายไปไหน อย่าเข้าใจผิดนะค่ะว่า Structure หายไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียนในส่วนนี้เหมือนเดิม จริงๆแล้วไม่ได้หายไปไหนเลยค่ะยังคงตามหลอก หลอนเราอยู่เหมือนเดิมและมากกว่านั้นอีกคือ ดันไปอยู่ในทุกๆส่วนของทุก Part หากไม่เตรียมตัวไปให้ดี มีสิทธิ์กินแห้วอีกเหมือนเดิม แต่อย่าพึ่งท้อถอยนะค่ะ สถาบันไอฟาส ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วค่ะ มีปัญหาไม่เข้าใจ Grammar เรื่องไหนเรียนทบทวนได้ทันที่ แบบไม่จำกัดและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่ะ คลายความกังวลไปได้เลย มาต่อที่เรื่องของทักษะ Speaking กันต่อเลย เพราะการทำข้อสอบให้กาให้เลือกคนไทยถนัดไม่เป็นรองใคร แต่พอต้องพูดเป็นใบ้โดยทันที ทันใดจึงเกิดเป็นปัญหาเมื่อต้องเข้าไปเรียนหรือทำงานร่วมกับชาติอื่นๆที่ต้องสื่อสารกันด้วยคำพูด เมื่อวิเคราะห์แล้วก็เป็นเหตุผลที่สมควรแล้ว ที่ต้องเปลี่ยนการสอบจาก CBT มาเป็น iBT ให้เหมือนกับการสอบIELTS ต่างกันก็ตรง IELTS สอบเป็น PBT เช่นเดิมค่ะ สถาบันไอฟาส เชื่อมั่นในคำพูดที่ว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เราได้จัดเตรียมทั้งเนื้อหา ที่สอดคล้องกับส่วนของ Speaking ทั้งการสอบTOEFL,IELTS,และ TSE โดยเฉพาะการจัดเตรียมทีมอาจารย์ผู้สอนที่มีประสบการณ์โดยตรง ทั้งแบบอังกฤษและอเมริกัน ไว้ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเลือกเข้าเรียนได้แบบเต็มที่ ไม่จำกัดชั่วโมง จนแน่ใจพร้อมที่จะไปสอบจริงได้อย่างมั่นใจ

ข้อสอบที่ต้องใช้ในการศึกษาต่อชิงทุน

TOEFL: ข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อทั้งในและต่างประเทศ เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก รวมทั้ง Program Inter ของ จุฬา, ธรรมศาสตร์, มหิดล, ABAC, ศศิน, AIT, และ อื่นๆ รวมทั้งใช้ในการสอบทุน จึงเป็นข้อสอบที่ควรเตรียมตัวเรียนเป็นอันดับแรก
GMAT: ข้อสอบคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษชั้นสูงซึ่งรวมทั้ง การอ่าน, ทักษะการวิเคราะห์(logic) และทักษะการเขียนเพื่อใช้ในการศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกทางด้าน บริหารธุรกิจ 
LSAT: ข้อสอบเพื่อศึกษาต่อด้านกฎหมาย 
USMLE: ข้อสอบเพื่อศึกษาต่อด้านการแพทย์ 
GRE: ข้อสอบเพื่อศึกษาต่อในสาขาอื่นที่ไม่ใช่ ธุรกิจ, กฎหมาย, และ การแพทย์ 
IELTS: ข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อต่างประเทศ UK, Australia, และ New Zealand
CU-TEP: ข้อสอบทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อ Program Inter ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
TU-GET: ข้อสอบทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อ Program Inter ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
CU-BEST: ข้อสอบเพื่อเข้าหลักสูตรปริญญาโทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

SAT: ข้อสอบเพื่อเข้าหลักสูตรปริญญาตรีของสหรัฐอเมริกาและ Program Inter ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและธรรมศาสตร์
ACT:ข้อสอบเพื่อเข้าหลักสูตรปริญญาตรีของสหรัฐอเมริกาและ Program Inter ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและธรรมศาสตร์

International English Language Testing System


IELTS เป็นข้อสอบที่ใช้ประเมินทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของภาษา เพื่อเข้าศึกษาต่อในสถาบันต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือเพื่อเข้าทำงานกับองกรณ์ต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนผลการสอบของ IELTS เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง จากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในประเทศออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ ในปัจจุบันนี้ สถานศึกษาในอเมริกาก็เริ่มยอมรับการผลสอบของ IELTS ด้วยเช่นกัน 

โครงสร้างของข้อสอบ IELTS
ข้อสอบ IELTS ประกอบด้วย Listening, Speaking, Reading และ Writing
ผู้เข้าสอบทุกคนต้องสอบ Listening และ Speaking ชุดเดียวกัน 
ส่วน Reading และ Writing ต้องเลือกระหว่าง Academic / General Training
Academic –สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทั้งในและต่างประเทศ 
General Training –สำหรับผู้ที่ต้องการสอบเข้าทำงานในสถานที่ที่มีการติดต่อสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ 

  1. Listening 40 ข้อ 30 นาที
  2. Reading 40 ข้อ 60 นาที
  3. Writing 2 บทความ (150 และ 250 คำ) 60 นาที
  4. Speaking 11-14 นาที 
    รวมเวลาการสอบทั้งหมด 2 ชั่วโมง 45 นาที 
    การสอบ Listening, Reading และ Writing จะสอบภายในวันเดียวกัน 
    ส่วน Speaking ศูนย์สอบจะกำหนด(7 วันก่อน/หลังสอบ Listening, Reading, Writing)

    การสมัครสอบ 
    ศูนย์สอบอย่างเป็นทางการ 4 แห่งคือ 

    IDP Education Australia Limited (Thailand)
    ชั้น 4 อาคารซีพีทาวเวอร์ 313 ถ. สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500
    Tel: 02-6383111
    Fax: 02-2310139 
    E-mail: TH011.administrator@idp.com

 

British Council Bangkok
254 จุฬาฯ ซอย 64 สยามสแควร์ ถ. พญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
Tel: 02-6525480
Fax: 02-2535312 
E-mail: ielts@britishcouncil.or.th

 

British Council Chiang Mai
198 ถ. บำรุงราษฎร์ อ. เมือง เชียงใหม่ 50000
Tel: 53-242103 ext 24
Fax: 53-244781
E-mail: thasakorn.doungkham@britishcouncil.or.th

 

Australia Centre Chiang Mai
75/1 หมู่ 14 ต. สุเทพ อ. เมือง เชียงใหม่ 50200
Tel: 053-810552-3
Fax: 053-810554
E-mail: austcent@loxinfo.co.th. 
หลักฐานในการสมัครสอบ 
IELTS Application form 
หนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา 
รูปถ่ายขนาด 2 นิ้วจำนวน 2 รูป ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 

ผลสอบ 
ผู้สอบจะได้รับผลสอบ (Test Report Form) ภายใน 14 วันทำการ นับจากวันที่สอบ 
Test Report Form แสดงผลคะแนน 1 ถึง 9 ซึ่งเป็นคะแนนเฉลี่ยจากทั้ง 4 part
ดูความหมายของคะแนนสอบได้จาก IELTS Handbook หรือ www.ielts.org
ผลสอบ IELTS สามารถใช้ได้ภายใน 2 ปี

  
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงจาก http://www.ielts.org
The World Speaks IELTS
IELTS is the International English Language Testing System. It measures ability to communicate in English across all four language skills – listening, reading, writing and speaking – for people who intend to study or work where English is the language of communication.

When the question is English language ability – IELTS is the answer. 
Candidates 
Global Recognition System 
Teachers and Researchers 
Test Centre Search 
General Pages


 

Adobe
 
   
 
   

 

 
 
กรอกแบบฟอร์มเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ชื่อ-สกุล *:  
เบอร์โทรศัพท์ *:  
e-mail *:  
ทราบข้อมูลจาก *:  
เพื่อน ป้าย ใบปลิว Internet
บู๊ทการศึกษา อื่นๆ
ข้อความ *:  
   
 
 
สถาบันพัฒนาภาษา์ไอฟาส อิงลิช
ชั้น 4 TESCO LOTUS (ปิ่นเกล้า) Tel. 02 - 8848355
  Home
l
Course l About Us
l
Strengths
l
Testimonials
l
Facebook
l
Contact Us